6 วิธีเอาชนะใจพ่อแม่แฟน

ทุกคู่รักเวลาคบกันมาถึงจุดจุดหนึ่งที่แสนจะมีความสุขแล้ว ย่อมนำไปสู่การแนะนำคนรักให้พ่อแม่และคนในครอบครัวได้รู้จักเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ แม้ความรักจะเป็นเรื่องของคนสองคน แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ทั้งคุณและเขาต่างมีคนที่รักมากที่สุดในชีวิตเหมือนๆ กัน และเป็นธรรมดาที่คนเหล่านั้นย่อมต้องอยากรู้ว่า ใครกันที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตของลูกชาย – ลูกสาวฉัน คนๆ นั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร น่าไว้วางใจหรือเปล่า ฯลฯ ดังนั้นเมื่อความรักดำเนินมาถึงจุดที่คุณและเขาเริ่ม”แน่ใจและมั่นใจ” จงอย่ารั้งรอที่จะพาตัวเป็นๆ ของคนรักไปให้พ่อแม่ได้รู้จัก ได้รับรู้การตัดสินใจของคุณ ขั้นตอนนี้นอกจากจะแสดงถึงความจริงใจของคุณให้อีกฝ่ายได้รับรู้แล้ว ยังเป็นการวัดระดับความจริงใจของอีกฝ่ายไปในตัวได้ด้วย เพราะถ้าแต่อีกฝ่ายมีท่าทีบ่ายเบี่ยงหรือตอบแต่ “ไม่” เพียงอย่างเดียว ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องฉุกคิดแล้วว่า “นี่คือ ‘คนที่ใช่’ จริงหรือเปล่า” เมื่อความรักพัฒนาจนถึงขั้นที่เขาจะพาคุณไปทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเขา ช่วงเวลานั้นไม่ว่าหญิงหรือชาย คงต่างรู้สึกตื่นเต้น ทำตัวไม่ถูก กังวลไปต่างๆ นานา แต่ไม่ต้องนอยด์ไปนะคะ แอดมินมีวิธีง่ายที่จะช่วยให้เราเอาชนะใจพ่อแม่ของแฟนมาฝากค่ะ ยิ่งถ้าคุณและเขาหวังว่าจะเป็น “ครอบครัวเดียวกัน” ต่อไปในอนาคต ก็ยิ่งต้องเก็บข้อมูลกันและกันให้มากที่สุดเพื่อหาทางหนีทีไล่ ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น พ่อแม่ไม่ชอบหน้า ไม่ได้รับการยอมรับ ฯลฯเมื่อถึงเวลาแล้วก็จงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเตรียมตัวไปทำความรู้จักกับพ่อแม่คนรักกันได้เลย

1. สร้างความประทับใจแรกพบ                                                เจอพ่อแม่

เพื่อนๆคะถึงแม้เราไม่ควรจะตัดสินคนอื่นจากรูปลักษณ์ภายนอกแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจ้าสิ่งนี้มีอิทธิพลไม่น้อยที เดียว เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด เราทุกคนก็มักจะจำภาพแรกที่เจอกันได้เสมอ และแม้คุณควรจะเป็นตัวของตัวเอง แต่ในกรณีเช่นนี้ก็ต้องให้มีความพอเหมาะพอดี ถูกกาลเทศะด้วย คุณมีความมั่นใจในตัวเองได้ แต่ควรแสดงออกด้วยท่าทีที่สุภาพเรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว ผู้ใหญ่จึงจะเอ็นดู

2. เตรียมพร้อมไว้เพื่อความชัวร์

เพื่อนๆคะ ในเมื่อจะไปเจอพ่อแม่คนรักทั้งที สาวๆสาวกมิสไวท์ด้วยแล้วเราต้องไปแบบมีกึ๋นค่ะ เพื่อนๆต้องรู้ก่อนว่า พ่อแม่เขาทำงานอะไร เป็นคนอย่างไร เจ้าระเบียบ หรือ สบายๆ ชอบ ไม่ชอบอะไร ฯลฯ และคุณควรต้องทำอย่างไรให้ดูดีในสายตาเขา ข้อมูลก็หาได้ง่ายๆ ไม่ต้องมัวเสิร์ชหาในกูเกิ้ลให้เสียเวลา ถามจากคนรักเรานี่แหละดีที่สุด ชัดเจน แม่นยำ และอัพเดท แถมเขาคงมีคำแนะนำอื่นๆ ให้คุณอีกเพียบรับรองงานนี้ ไม่พลาด

3. มีความมั่นใจ

เจอพ่อแม่  เพื่อนๆควรเดินเข้าไปพร้อมกับหน้าตาที่สดชื่นแจ่มใส แสดงว่าคุณเต็มอกเต็มใจอยากรู้จักกับว่าที่ครอบครัวใหม่จริงๆ จำไว้ว่า มารยาทไทยผู้น้อยต้องมีสัมมาคารวะ นอบน้อมและเข้าหาผู้ใหญ่ก่อน จากนั้นคุณก็อาจเป็นฝ่ายชวนท่านคุยด้วยเรื่องทั่วๆ ไปไม่ต้องเป็นทางการ ขอสบายๆถ้าบรรยากาศดูผ่อนคลาย ราบรื่นดี ค่อยขยับขยายไปพูดคุยเรื่องอื่นๆ เช่น กิจกรรมที่ท่านสนใจ แต่แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการแสดงทัศนคติในเรื่องที่เปราะบางเช่น การเมือง ศาสนา ฯลฯยิ่งกว่านั้นถ้าอยากได้คะแนนนิยมเพิ่ม คุณควรมีของเล็กน้อยๆติดไม้ติดมือไปฝากพ่อแม่คนรักบ้าง ของชิ้นนั้นไม่จำเป็นต้องมีราคาสูง หายาก หรืออะไร อาจเป็นขนมเจ้าอร่อย หรือผลไม้ที่ท่านชอบ เพื่อแสดงถึงความใส่ใจที่คุณมีต่อท่าน

4. ช่วยทำอะไรได้ให้ช่วย

เพื่อนๆ ควรสังเกตบ้างว่า พ่อแม่คนรักกำลังทำอะไรอยู่ แล้วแสดงน้ำใจอาสาช่วยท่านบ้าง เช่น ถ้าเห็นแม่คนรักทำกับข้าวอยู่ก็อาสาเป็นลูกมือ หยิบจับทำนั่นทำนี่เท่าที่จะทำได้ พยายามทำตัวให้กลมกลืนเหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว ไม่ใช่นั่งดูดาย ไม่ยินดียินร้ายเพราะใครๆ ก็ชอบคนมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นทั้งนั้นค่ะ

5. ไม่ต้องสวีทหวานตามตูดกันเวอร์                                 เจอพ่อแม่

เพื่อนๆคะ ขอบอกไว้เลยว่าตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน คุณก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรระมัดระวังการแสดงความรักระหว่างกันให้เหมาะสม อย่าสวีทหวานกันจนคนในบ้านเลี่ยน อย่าทำตัวติดกับคนรักเป็นตังเม แต่จงใช้เวลาให้คุ้มค่าด้วยการเก็บข้อมูล ทำความรู้จักกับคนในครอบครัวให้มากที่สุดดีกว่า รวมถึงต้องแสดงให้ทุกคนเห็นว่า คุณเป็นคนน่าไว้วางใจแค่ไหน ควรค่าแก่การคบหาเพียงใด ที่สำคัญคือ คุณต้องทำให้พ่อแม่คนรักไว้ใจและมั่นใจว่า คุณจะขออาสามาดูแลลูกสุดที่รักแทนท่าน ไม่ได้จะมาแย่งความรักไปจากท่านสักหน่อย

6. อดทนเพื่อการชนะเลิศ

เพื่อนๆคะ บางครั้งคุณอาจต้องเจอบททดสอบประหลาดๆ คำถามที่ไม่ชวนให้ตอบ พฤติกรรมบางอย่างที่ลำบากใจ แต่คุณต้องนับ 1 ถึง 10 ไว้ในใจ พยายามอดทนอดกลั้นให้ได้ ห้ามแสดงอาการไม่พอใจออกมาให้ใครเห็นอย่างเด็ดขาด แม้แต่คนรักของคุณ ขอให้ยิ้มสู้ คิดก่อนพูด แล้วเผชิญสถานการณ์นั้นๆอย่างผู้มีสติและปัญญา  ทุกข้อที่แนะนำมานั้นคุณต้องทำอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช่พอได้รับการยอมรับแล้วก็ “ปล่อยผ่าน” ช่างมัน ไม่เช่นนั้นคุณอาจกลายเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกได้ แต่ในบางกรณีถ้าไม่สามารถทำได้เหมือนเคย เช่น หากคุณไม่สะดวกที่จะไปมาหาสู่ท่านบ่อยๆเหมือนแต่ก่อน ก็เปลี่ยนเป็นโทรศัพท์ไปถามทุกข์สุขของท่านบ้างก็ยังดี แต่ท้ายที่สุด ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่า รักพ่อแม่เขาให้เหมือนที่รักพ่อแม่คุณ เพราะความรักจะทำให้คุณชนะทุกสิ่ง จริงหรือไม่คุณต้องลองดูเองล่ะค่ะ